10 เรื่องที่แขกมักจะไม่พอใจขณะมาร่วมงานแต่งงาน

10 เรื่องที่แขกมักจะไม่พอใจขณะมาร่วมงานแต่งงาน

1. ความร้อน-การระบายอากาศ

คู่แต่งงานหลายคู่อาจชอบความคิดที่จะจัดงานแต่งงานในสถานที่ต้องการแต่กลับไมได้ดูเรื่องการระบายอากาศ การมีเครื่องปรับอากาศในสถานที่หรือจัดงานด้านนอกอย่างในสวนแต่ไม่มีร่มเงาจากต้นไม่ใหญ่ให้แขกไว้ยืนหลบแดด การที่ต้องทนนั่งอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจะทำให้แขกที่มาร่วมงานเหงื่อออกและต้องทนทรมานกับความร้อนที่ไม่สิ้นสุดจนกว่างานจะจบ ดังนั้นควรพยายามหาสถานที่จัดงานแต่งงานที่ชอบแต่ก็สร้างความสะดวกสบายในเรื่องอากาศและปราศจากความร้อนแก่แขกด้วย อย่างจัดงานแต่งงานที่สถานที่มีอากาศถ่ายเท หรือเย็น แล้วไปถ่ายภาพร่วมในสถานที่อื่นที่สวยงามโดนใจอีกที่แทน เพราะการถ่ายภาพจะใช้เวลาไม่นานมากนักถ้าหากสถานที่นั้นร้อนหรือมีอากาศถ่ายเทไม่พอ

2. การเดินทาง

ถ้าหากสถานที่จัดงานพิธีและงานฉลองอยู่กันคนละสถานที่ คู่แต่งงานก็ไม่ควรเลือกจัดงานในสถานที่ที่ห่างกันมากนัก เพราะการเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่งที่ต้องเดินทางเกิน 30 นาทีอาจจะไกลเกินไปสำหรับแขกที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะถ้าแขกส่วนใหญ่ที่มาในงานต้องเดินทางจากนอกเมืองเข้าเมืองหรือจากเมืองออกสู่สถานที่จัดงานนอกเมือง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สถานที่จัดพิธีแต่งงานกับสถานที่จัดงานฉลองแต่งงานไกลกัน คู่แต่งงานก็ต้องจัดรถไว้คอยบริการรับส่งจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่งเพื่อความสะดวกสบายของแขกที่มาร่วมงานด้วย

3. เวลาระหว่างช่วงงาน

หลังงานพิธีแต่งงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องเดินทางไปอีกสถานที่หนึ่งเพื่อร่วมถ่ายภาพ แขกที่มาร่วมงานควรมีสถานที่ที่สามารถไปร่วมทานอาหาร ของว่าง เครื่องดื่มหรือสิ่งที่จะช่วยสร้างความสนุกสนานสำหรับการรอคอยคู่บ่าวสาวเดินทางกลับมาจากการถ่ายภาพ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาเป็นชั่วโมงและแขกอาจจะเบื่อหรือไม่พอใจได้ที่ไม่มีไรให้ทำตลอดชั่วโมงอันยาวนาน

4. เพลงเสียงดังเกินไป

วงดนตรีหรือ DJs ที่มาเล่นดนตรีหรือเปิดเพลงในงานแต่งงานอาจคิดว่าถ้าเพลงมีเสียงดังจะช่วยให้แขกสนุกสนานมากขึ้นซึ่งอาจไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องเสมอไป เพลงควรจะมีระดับเสียงที่ดังแต่พอดีที่แขกสามารถเต้นและมีช่วงเวลาที่ดีได้ และสามารถพูดคุยกับแขกคนอื่นโดยไม่มีเสียงเพลงมากลบเสียงพูดได้ด้วย ถ้าเทียบระดับเพลงจากเบาสุดไปดังสุด เป็น 1-10 เพลงที่ควรเปิดควรอยู่ในระดับ 5-6 เท่านั้น และเมื่อแขกที่มีอายุออกจากงานแต่งงาน ระดับเสียงเพลงอาจเป็น 7-8 แทนแต่ระดับเสียงเพลงที่มากกว่านี้อาจมากเกินไปและไม่จำเป็น

5. ไม่เปิดบาร์ฟรี

การที่จะเปิดบาร์เครื่องดื่มแก่แขกที่มาร่วมงานอาจเป็นสิ่งที่แพงสำหรับคู่แต่งงานหลายคู่ แต่ก็เป็นสิ่งที่แขกที่มาร่วมงานมักต้องการ ดังนั้นควรเตรียมงบประมาณสำหรับการเสิร์ฟเบียร์และไวน์ให้แก่แขกด้วย และเลือกคอกเทลสักสองประเภทที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวชอบและต้องการแบ่งปันกับแขกที่มาร่วมงาน ซึ่งการทำเช่นนี้จะใช้งบประมาณที่ถูกกว่าการเปิดบาร์ฟรีเลี้ยงแขก

6. ได้ที่นั่งผิดที่ผิดทาง

การจัดที่นั่งสำหรับแขกอาจเป็นเรื่องสำคัญที่คู่แต่งงานไม่ควรมองข้าม อย่างไม่ควรจัดที่นั่งให้คนอายุน้อยนั่งกับโต๊ะที่มีแต่ผู้ใหญ่ แฟนเก่านั่งเผชิญหน้ากับแฟนเก่าด้วยกัน เพื่อนของพ่อแม่นั่งใกล้ๆ ลำโพง ซึ่งการจัดที่นั่งผิดที่ผิดทางและไม่เหมาะสมอาจสร้างความรำคาญและความเครียดให้กับแขกที่มาร่วมงานได้ในความอึดอัดและไม่สะดวกสบายต่างๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่สนิทหรือไม่มีทางหาเรื่องคุยไปในทางเดียวกันได้

7. อาหารน้อยเกินไป-ไม่มีคุณภาพ

แขกทุกคนต้องการอาหารที่อร่อยและมีคุณภาพ รวมถึงเพียงพอสำหรับแขกที่มาร่วมงานทุกคน และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าอาหารที่นำมาเสิร์ฟไม่สุกเพียงพอ รสชาติแปลกๆ หรือเนื้อที่นำมาเสิร์ฟแข็งเกินไป คู่แต่งงานทุกคู่คงไม่อยากให้แขกที่มาร่วมงานตัวเองต้องหิวโหยและไม่พอใจ ดังนั้นก่อนที่จะนำอาหารเสิร์ฟแขกที่มาในงาน คู่แต่งงานหรือญาติที่ไว้ใจสักคนควรได้มีโอกาสชิมอาหารเหล่านั้นก่อนนำออกเสิร์ฟให้แขกที่มาในงาน และควรนับจำนวนแขกที่มาร่วมงานให้ดีเพื่อจะได้จัดเตรียมอาหารเพียงพอสำหรับแขกที่มาร่วมงาน เพราสิ่งสุดท้ายที่คู่แต่งงานต้องการคือการที่แขกต้องมาทนหิวและต้องรีบหาอะไรทานก่อนกลับบ้าน

8. ไม่สนใจความต้องการเป็นพิเศษ

ความต้องการที่ถูกเรียกร้องเป็นพิเศษ อย่างเช่น ทางเดินสำหรับแขกที่มีความผิดปกติที่ต้องใช้รถเข็นซึ่งไม่สามารถเข็นขึ้นบันไดได้นอกจากทางลาดเท่านั้น หรือเก้าอี้สูงสำหรับเด็ก รวมถึงอาหารสำหรับเด็กหรือสำหรับคนแพ้อะไรสักอย่างที่คู่แต่งงานควรรู้หรือสอบถามก่อนเพื่อจะได้จัดเตรียมได้ถูกต้อง และไม่ควรมองข้ามเพราะอาจทำให้แขกที่มาร่วมงานรู้สึกเป็นคนนอกและไม่สำคัญที่ถูกละเลยขึ้นมาได้

9. เด็กป่วน

แม้มีเด็กรวมอยู่ในรายชื่อแขกที่จะมาในงานด้วย แต่งานแต่งงานก็คืองานของผู้ใหญ่ แขกหลายๆ คนอาจบ่นที่เด็กมักวิ่งป่วนหรือแย่งที่สำหรับเต้นสำหรับแขกผู้ใหญ่ที่มาในงาน ดังนั้นคู่แต่งงานควรดูแลเรื่องนี้ด้วยถ้าจะมีเด็กเป็นแขกมาร่วมงานแต่งงาน

10. ไม่ส่งจดหมายขอบคุณ

แขกอาจมาร่วมงานแต่งงานและคิดว่านี่คืองานแต่งงานที่สวยและดีที่สุดที่เคยไปร่วมมา อย่างไรก็ตาม ถ้าเวลาเป็นสัปดาห์หรือเดือนผ่านไป แล้วพวกเขาไม่ได้จดหมายขอบคุณที่มาร่วมงานหรือของขวัญ พวกเขาอาจรู้สึกผิดหวังและไม่แน่ใจถึงความสำคัญที่คู่แต่งงานจะจดจำได้ จดหมายขอบคุณเป็นสิ่งง่ายๆ ที่เป็นส่วนตัวที่จะแสดงให้แขกเห็นว่าคู่แต่งงานรู้สึกชื่นชมยินดีที่แขกมาร่วมงานของตัวเอง

Cr.: http://www.shefinds.com