เตรียมความพร้อมก่อนตะลุยเลือกชุดแต่งงาน

เตรียมความพร้อมก่อนตะลุยเลือกชุดแต่งงาน

การเลือกชุดแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าสาว และเจ้าบ่าว หากจะเดินเข้าร้านชุดแต่งงานโดยไม่มีการวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าอาจจะทำให้ไม่ได้ชุดแต่งงานที่โดนใจ หรืออาจทำให้เสียเวลาในการเลือกหามากขึ้น ดังนั้นเราจึงมีวิธีเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกชุดแต่งงานมาฝากกัน

1. กำหนดรูปแบบของงานแต่งงานว่าเป็นรูปแบบใดจะได้เลือกชุดแต่งงานให้เข้ากับรูปแบบของงาน และในงานแต่งงานต้องใช้ทั้งหมดกี่ชุด เช่น ชุดหมั้น ชุดไทย ชุดงานเลื้ยงเย็น หรืออาจจะมีชุดงานเลี้ยงหลังงานแต่งอีกชุด

2. เมื่อได้รูปแบบงานแล้ว คำนวณแล้วว่าต้องใช้ชุดทั้งหมดกี่ชุดทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ทีนี้ถึงสิ่งสำคัญก็คือกำหนดราคาของชุดแต่งงาน อาจจะตั้งงบประมาณไว้คร่าวๆ สำหรับชุดแต่งงานว่าแต่ละชุดควรมีราคาเท่าไหร่ เมื่อเดินเข้าร้านชุดแล้วก็ต้องเลือกชุดที่อยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้ จะได้ไม่บานปลาย

3. หาข้อมูลร้านชุดแต่งงานเก็บไว้ ยุคเทคโนโลยีทันสมัยเราไม่จำเป็นต้องไปเดินหาให้เสียเวลา ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ และร้านชุดแต่งงานต่างก็มีการแข่งขันกันมากขึ้นดังนั้นแต่ละร้านก็จะมีการประชาสัมพันธ์ร้านตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ มากมาย ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น และในโลกสังคมออนไลน์ การแชร์ การตั้งกระทู้ หรือการรีวิว ร้านชุดแต่งงานก็มีให้เราค้นหาได้ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลชั้นดีที่เราจะต้องเก็บข้อมูล ว่าร้านเหล่านี้มีผลตอบรับจากลูกค้าอย่างไรบ้าง เมื่อหาร้านที่โดนใจได้แล้วก็เก็บรายชื่อแต่ละร้านไว้ และเก็บข้อมูลพวกวันเปิดปิดร้าน เบอร์โทรศัพท์ หรือราคาคร่าวๆ

4. หากวันแต่งงานกระชั้นชิดก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการวัดตัวมากนัก เพราะวัดตัวแล้วไม่นานก็ใส่ได้เลยในวันแต่ง อาจจะต้องใช้งบเยอะหน่อยในการตัดชุดแต่งงานให้ทันไวลาหรือหาชุดเช่าที่มีสำเร็จรูปไว้แล้ว แก้ไขนิดหน่อยให้เข้ากับรูปร่างก็ใช้ได้แล้ว แต่หากวันแต่งงานอยู่ไกลออกไปมาก มีเวลาเตรียมตัวก็ต้องเผื่อการลองชุดด้วย เพราะร่างกายอาจจะผอม หรืออ้วนได้แล้วแต่คน โดยการลองชุด หากมีเวลาควรลองอย่างน้อย 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 1 เดือน และต้องคำนวณเวลาไว้เผื่อให้ช่างแก้ชุดด้วย ช่างจะได้ไม่ต้องรีบร้อนในการแก้ชุดมากเกินไป

5. หาแบบชุดแต่งงานที่โดนใจเก็บไว้ ซึ่งก็ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์อีกเช่นเคย อาจจะหาแบบจากอินเตอร์เน็ต ดูรูปร่างนางแบบหรือนายแบบที่ใกล้เคียงกับเจ้าบ่าว และเจ้าสาว อันนี้สำคัญเพราะบางครั้งรูปนางแบบ นายแบบที่ถ่ายในนิตยสาร หรือในอินเตอร์เน็ต ได้ถูกคัดเลือกมาแล้วว่าเหมาะสมกับชุดแต่งงานแบบไหนดังนั้นรูปที่ออกมาจะดูสวยสมส่วน เราต้องเลือกดูแบบชุดให้เหมาะกับรูปร่างของผู้ใส่ด้วย เมื่อได้แบบชุดที่โดนใจ อาจจะเก็บรูปชุดที่ชอบไว้เมื่อถึงเวลาเดินเข้าร้านชุดแต่งงานจะได้บอกกับช่างได้ถูกว่าต้องการชุดประมาณไหนช่างจะได้จัดชุดให้ตรงกับความต้องการ แต่จะใส่ออกมาแล้วสวยหรือไม่สวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใส่อย่างเดียวคือ ต้องอยู่ที่ว่าชุดนั้นเหมาะกันกับผู้ใส่ด้วย ทั้งรูปร่าง สีผิว

6. การลองชุดแต่งงานต้องเตรียมตัวให้พร้อมต้องลองให้เหมือนวันจริงที่สุด อาจจะต้องเตรียมของทุกอย่างที่ใช้ใส่ในวันงาน เช่น ชุดชั้นในที่จะใส่กับชุดแต่งงานที่เลือกไว้ รวมถึงเครื่องประดับ และรองเท้าที่จะใส่ จะได้ดูว่าทุกอย่างเข้ากับชุดแต่งงานหรือไม่ หากไม่เข้าจะได้หาปรับเปลี่ยนได้ทันเวลา ที่สำคัญเวลาลองชุดต้องลองทุกท่วงท่า ทั้งนั่ง ลุกยืน เดิน ก้ม เพื่อในวันงานจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ชุดปริ ชุดขาด เวลานั่ง หรือยืน วันลองชุดอาจจะถ่ายรูปแล้วส่งให้ญาติๆ หรือเพื่อนๆ ช่วยดู และให้คะแนนว่าเสียงส่วนใหญ่ชอบชุดไหนดูแล้วสวยเหมาะสมกับเจ้าสาว และเจ้าบ่าวที่สุด หรืออาจจะมีเพื่อนเจ้าสาว ไปเป็นเพื่อนในวันลองชุดด้วยก็ดีไม่น้อย

7. ลองดูชุดให้ละเอียดทุกซอกทุกมุมว่ามีอะไรที่ต้องแก้ไขอีกหรือไม่ก่อนที่จะรับชุดกลับบ้าน และดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงต่างๆ ของทางร้านให้เข้าใจ ครบถ้วน เช่น ราคาชุด ราคามัดจำ วันเวลาคืนชุด หากเป็นการเช่าชุด ค่าปรับหากคืนเกินกำหนด หากชุดเสียหาย ต้องจ่ายเท่าไหร่ เป็นต้น รายละเอียดพวกนี้จำเป็นต้องดูให้เข้าใจและเก็บไว้ จนถึงวันคืนชุด รวมถึงใบเสร็จรับเงินต่างๆ หลักฐานต่างๆ ต้องเก็บไว้ให้ครบถ้วน ป้องกันการเกิดปัญหาภายหลัง

ขั้นตอนการเตรียมตัวต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณเจ้าสาว และเจ้าบ่าว เลือกชุดแต่งงานได้ถูกใจ และง่ายในการตัดสินใจมากขึ้น อย่าลืมว่างานแต่งงานมีรายละเอียดต่างๆ ที่ต้องจัดเตรียมมากมายไม่ใช่แค่เตรียมชุดแต่งงานอย่างเดียว ดังนั้นหากเราวางแผนทุกขั้นตอนอย่างดีจะทำให้งานแต่งงานของเราดำเนินไปอย่างราบรื่นมากขึ้น