วางแผนงานแต่งงานอย่างไรไม่ให้เกิดหนี้สิน

วางแผนงานแต่งงานอย่างไรไม่ให้เกิดหนี้สิน

1. แต่งงานในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูแต่งงาน

หลีกเลี่ยงช่วงเดือนยอดนิยมสำหรับการแต่งงานอย่างเดือนมิถุนายน สิงหาคม กันยายนและตุลาคม เพราะจะช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าเพราะอย่างคนที่มีหน้าที่จัดงานหรือให้บริการสำหรับงานแต่งงานจะไม่มีตารางทำงานที่ยุ่งในช่วงเวลาเหล่านี้และมีความเป็นไปได้ที่จะต่อรองเรื่องราคา เพราะโดยปกติโดยทั่วไป ถ้าแต่งงานในช่วงที่ไม่ใช่ช่วงยอดนิยมสำหรับงานแต่งงานจะได้ราคาที่ถูกลง

2. ไม่ใช่วันหยุด

จะจ่ายเงินน้อยกว่าถ้าไม่จัดงานแต่งงานในช่วงวันหยุด ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดรายสัปดาห์หรือวันหยุดตามหน้าเทศกาลพิเศษหรือเลือกจัดงานในช่วงเวลากลางวันแทนกลางคืน

3. อย่าบอกว่าคืองานแต่งงาน

เมื่อติดต่อว่าจ้างกับผู้ให้บริการต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเตรียมงานแต่งงาน อย่าบอกให้พวกเขารู้ว่านี่คือการจ้างสำหรับงานแต่งงาน ควรเก็บเป็นความลับ และราคาค่าจ้างอาจจะลดลงสักประมาณ 25- 30% (แต่แล้วแต่ผู้ให้บริการแต่ละคน)

4. ของมือสอง

ค้นหาของมือสองที่สามารถนำมาใช้ให้เข้ากับรูปแบบงานแต่งงานได้ เพราะสิ่งนี้จะเป็นการช่วยประหยัดเงินได้มากขึ้น

5. คุยกับครอบครัว

ก่อนที่จะวางแผนงบประมาณสำหรับงานแต่งงาน อาจลองนั่งคุยกับครอบครัวของทั้งสองฝั่งว่าพวกท่านสามารถช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับงานแต่งงานได้มากน้อยแค่ไหน แต่ต้องแน่ใจว่าทุกคนจะรู้สึกสบายใจกันการให้ เพราะสิ่งสุดท้ายที่คู่แต่งงานต้องการคือการที่พ่อแม่ของตัวเองต้องเกิดภาระหนี้สินเพราะต้องช่วยงานแต่งงานลูก

6. อย่าแต่งงานยังสถานที่ไกลๆ

ถ้าหากมีงบประมาณที่จำกัด พยายามจัดงานในสถานที่ที่ใกล้หรือสามารถไปถึงได้ด้วยการเดินทางที่ไม่แพง การจัดงานยังสถานที่ไกลๆ ที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบินหรือเช่าที่พักอาจเพิ่มภาระหนักให้กับงบประมาณ การจัดงานยังสถานที่ที่สามารถเดินทางไปถึงได้ด้วยราคาไม่แพงและไม่ไกลจะช่วยประหยัดเงินได้มากขึ้น

7. วางแผนล่วงหน้ายาวนาน

ไม่มีอะไรผิดที่จะมีช่วงระยะเวลาการหมั้นที่ยาวนานก่อนจะแต่งงานเพราะการมีช่วงเวลาที่ยาวนานจะทำให้มีเวลามากขึ้นที่จะประหยัดเงินสำหรับงานแต่งงาน

8. จัดให้เล็ก

ถ้ามีงบประมาณจำกัดอาจจัดงานแต่งงานให้มีขนาดเล็ก แต่มีความเป็นตัวตนของทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว อย่างเช่น แทนที่จะเป็นห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่อาจเป็นห้องสักห้องในร้านอาหารแทนซึ่งจะถูกกว่า

9. DIY

ประหยัดเงินจากการประดิษฐ์และตกแต่งของด้วยตัวเอง อย่างการจัดดอกไม้ อบเค้ก ตกแต่งเค้ก หรือถ้ามีเพื่อนเจ้าสาวหรือญาติที่ถนัดการตัดเย็บก็อาจขอให้ช่วยปรับเปลี่ยนแก้ไขชุดแต่งงานให้ เพราะถ้าสามารถทำอะไรได้เองจะช่วยประหยัดเงินได้มากขึ้น

10. แหวน

ถ้าคู่แต่งงานมีงบประมาณพอก็อาจซื้อแหวนสวยๆ ราคาแพงๆ ได้ที่ร้านขายแหวนแบรนด์ดังๆ อย่างTiffany แต่ถ้ามีงบประมาณจำกัดอาจซื้อแหวนที่มีราคาถูกลงมาตามงบประมาณ ไม่ควรใช้งบประมาณเกินตัวกับแหวน แต่ถ้าอยากได้แหวนที่ต้องการจริงๆ อาจเก็บเงินให้พอก่อนคิดจะแต่งงาน

Cr.: http://www.shefinds.com