ปัจจัยที่อาจมีผลในการช่วยทำลายงานแต่งงาน

ปัจจัยที่อาจมีผลในการช่วยทำลายงานแต่งงาน

ในขณะที่คู่แต่งงานหวังอยากให้เพื่อนและครอบครัวมีพฤติกรรมที่ดีและไม่ก่อปัญหาทั้งในงานแต่งงานและระหว่างการเตรียมแผนการแต่งงาน แต่หลายๆ ครั้งก็อาจไม่เป็นแบบที่ตั้งใจในความเป็นจริง ทั้งญาติบางคนอาจไม่ชอบแขกที่เมามายหรือเพื่อนเจ้าบ่าวที่เมาแล้วคุมสติไม่อยู่ ดังนั้นคู่แต่งงานจึงควรจะมีการเตรียมรับมือถ้าหากเกิดปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น และนี่คือ 8 ตัวอย่างเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้งานแต่งงานมีปัญหาพร้อมทั้งคำแนะนำสำหรับการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น

1. แขกบางคู่เลิกกันก่อนงานแต่งงาน

บัตรเชิญถูกส่งไปเรียบร้อย แต่ไม่นานคู่แต่งงานกลับได้ข่าวที่เพื่อนสนิทคู่หนึ่งกลับเลิกกัน แม้ชื่อทั้งคู่จะปรากฏในบัตรเชิญ แต่ไม่มีที่สำหรับให้ทั้งคู่พาคู่ควงคนใหม่มาได้ สิ่งที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวพอทำได้ก็คือการคุยกับแขกคู่นี้ว่าถ้าพวกเขายังต้องการมาในงานแต่งงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวอาจจะจัดให้พวกเขานั่งแยกจากกันและภาวนาไม่ให้เกิดดราม่าอะไรขึ้นจนทำลายความสนุกในงานแต่งงาน

2. การทะเลาะกันของเพื่อนเจ้าสาว

เพื่อนเจ้าสาวจากสมัยมัธยมกำลังมีปัญหากับเพื่อนเจ้าสาวที่เคยเช่าห้องอยู่ร่วมกันกับเจ้าสาวในระหว่างการวางแผนงานเลี้ยงก่อนแต่งงาน หรือสิ่งอื่นๆ ถ้าเพื่อนเจ้าสาวของเจ้าสาวคนไหนเป็นแบบนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาในงานแต่งงานหรือระหว่างการวางแผนในขั้นตอนต่อไปได้ ดังนั้นเจ้าสาวจึงควรแก้ปัญหานี้โดยการแบ่งหน้าที่แยกให้ชัดเจน จะได้ไม่เกิดเรื่องดราม่าเพื่อเพิ่มความปวดหัวให้เจ้าสาวอีก

3. แขกที่กระตือรือร้นเกินเหตุ

มีความเป็นไปได้ว่าจะมีแขกที่ต้องการมีส่วนร่วมในพิธีอย่างร้องเพลง อ่านกลอน แต่ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวแทบไม่รู้จักคนคนนี้ดี ทางแก้ปัญหาคือบอกกับนักวางแผนงานแต่งงานว่าให้คนคนนั้นพูดให้น้อยลงและไม่เรียกร้องความพิเศษอะไรนอกเหนือจากการมาร่วมงาน แต่ถ้าไม่มีนักวางแผนการแต่งงานอาจเป็นเพื่อนเจ้าสาวหรือผู้ช่วยคนอื่นๆ ก็ได้ถ้ามีให้ช่วยพูดให้

4. ความวุ่นวายของเด็กๆ

เจ้าบ่าวเจ้าสาวบางคู่อาจเชิญเด็กๆ มาร่วมในงานพิธีพร้อมพ่อแม่ของพวกเขาด้วย แต่จะทำอย่างไรถ้าเด็กๆ เหล่านี้เกิดอยากกรีดร้องเต็มเสียงและวิ่งวุ่นไปทั่วบริเวณงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวควรวางแผนล่วงหน้าโดยอาจมีพี่เลี้ยงเด็กหรือจัดสถานที่ไว้สำหรับเด็กโดยเฉพาะและเตรียมพวกสี กระดาษ ขนม ของเล่นๆ เล็กๆ น้อยๆ ไว้สำหรับเด็กให้มีที่เล่นในที่เฉพาะด้วย

5. เพื่อนเจ้าบ่าวที่เมามายเกินเหตุ

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้นบ่อยโดยที่ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวอาจคาดไม่ถึง แต่ไม่ใช่เรื่องตำหนิเจ้าบ่าวเพราะเขาเองก็อาจคาดไม่ถึง ทางแก้ปัญหาคือให้นักวางแผนแต่งงานหรือเพื่อนเจ้าสาวช่วยพาเพื่อนเจ้าบ่าวคนนั้นไปหาที่พักและให้ดื่มน้ำสักนิด และอาจให้เพื่อนผู้ชายหรือพ่อของเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวเองไปบอกให้คนคนนั้นสงบสติอารมณ์ แต่ถ้าแก้ไม่ได้จริงๆ อาจต้องให้เพื่อนเจ้าบ่าวคนนั้นไปอยู่ที่อื่นสักพักอาจเป็นห้องๆ หนึ่งในสถานที่จัดงานให้ได้พักผ่อนเรียกสติคืนสักพักหรือให้หลับไปก่อนเลยแล้วให้เพื่อนของเพื่อนเจ้าบ่าวคนนั้นสักคนคอยดูแลเวลากลับ

6. ปัญหาจุกจิก

เจ้าสาวหลายคนอาจเผชิญกับปัญหามากมาย อย่างเช่น พี่สะใภ้อาจมีปัญหาเรื่องโทนสีในงาน แม่ฝั่งเจ้าบ่าวอาจอยากเป็นคนตัดสินใจเรื่องอาหารเลี้ยงแขกเอง แขกที่มาในงานอาจไม่สนุกกับสิ่งที่ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเตรียมให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าสาวต้องเจอ สิ่งที่ทำได้คือพยายามชื่นชมความคิดเห็นของพวกเขาและจะนำไปสู่การตัดสินใจ แต่ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องร่วมมือกันในการตัดสินใจร่วมกันและทำงานเป็นทีม แม้ว่าหลายๆ เรื่องอย่างสีของดอกไม้เจ้าบ่าวอาจไม่สนใจมากนัก

7. รสนิยมของเพื่อนเจ้าสาว

เพื่อนเจ้าสาวอาจต้องการใส่ชุดสีม่วง ปฏิเสธจะใส่ชุดที่มีลายพาดหรือไม่สนใจคำเรียกร้องของเจ้าสาวที่จะไม่ให้เพื่อนเจ้าสาวใส่เล็บปลอมซึ่งจะช่วยให้การหยิบจับอะไรลำบาก แถมยังชอบทำตัวน่ารำคาญและเป็นตัวเพิ่มความเครียดในการวางแผนการแต่งงานของเจ้าสาว ทางที่จะแก้ปัญหาได้คือการนั่งลงและคุยกัน ถ้าเจ้าสาวไม่สามารถจัดการได้จริงๆ อาจมีเพื่อนเจ้าสาวคนอื่นมาช่วยพูด และพยายามเตือนเพื่อนเจ้าสาวที่มีปัญหาว่าไม่ใช่งานแต่งงานของเธอ ถ้ายังอยากช่วยงานอยู่ควรลดความคิดเห็นและความต้องการของตัวเองลงและทำตามที่เจ้าสาวต้องการเพื่องานแต่งงานที่จะเกิดขึ้น

8. พ่อแม่ของสองฝั่งไปด้วยกันไม่ได้

คู่แต่งงานต้องการเสมอที่จะให้พ่อแม่ของฝั่งตัวเองเข้ากันได้ดีกับพ่อแม่ของอีกฝั่งและร่วมตัดสินใจสิ่งต่างๆ ร่วมกันอย่างมีความสุขและรักกันเหมือนดั่งเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ถ้าครอบครัวของสองฝั่งไปด้วยกันไม่ได้ดี ทางแก้ก็คือต้องแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ อย่างพาพ่อแม่ฝั่งตัวเองไปช่วยในการชิมอาหารหรือให้พ่อแม่อีกฝั่งไปจัดการเกี่ยวกับดอกไม้ แต่ความจริงไม่ใช่ปัญหาที่พ่อแม่ของสองฝั่งจะเข้ากันได้หรือไม่ถ้าพวกเขายังทำเหมือนว่าเข้ากันได้ดีได้อยู่ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ เจ้าบ่าวเจ้าสาวอาจต้องนั่งคุยกับพ่อแม่ของสองฝั่งว่าไม่ว่าเคยมีเรื่องอะไรผิดใจอะไรกันก็ควรทำดีต่อกันไว้เพื่อไม่ใช้เกิดปัญหาต่องานแต่งงาน

Cr.: http://www.shefinds.com