หลีกเลี่ยงงบประมาณงานแต่งงานที่มากขึ้นได้อย่างไร

หลีกเลี่ยงงบประมาณงานแต่งงานที่มากขึ้นได้อย่างไร

สำหรับคู่แต่งงานจำนวนมาก งานแต่งงานคือครั้งแรกที่ต้องเริ่มต้นคิดและวางแผนการสำหรับการจัดงานขนาดใหญ่ (นอกเสียจากว่าหนึ่งในคู่แต่งงานจะเป็นนักวางแผนงานกิจกรรมระดับมืออาชีพหรือทำงานกับโรงละครหรือธุรกิจบันเทิงอื่นๆ ที่ต้องวางแผนกิจกรรมสำหรับคนจำนวนมาก) ซึ่งหมายความว่าคู่แต่งงานจำนวนมากเริ่มต้นวางแผนในจุดแรกที่เหมือนกันคือแทบไม่รู้อะไรเลย ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือคิดรูปแบบของงานแต่งงานที่ต้องการ และต่อจากนั้นก็เริ่มคิดถึงเรื่องงบประมาณที่ควรจะตั้งเอาไว้ พยายามนำสิ่งที่คิดเอาไว้ทั้งสองอย่างมารวมกัน แต่ปัญหาคือว่านอกจากจะเป็นนักวางแผนงานระดับมืออาชีพแล้ว มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าควรตั้งงบประมาณไว้ประมาณเท่าไหร่ คู่แต่งงานหลายคู่วางแผนเกี่ยวกับงบประมาณเอาไว้ประมาณหนึ่งแต่ผลสุดท้ายลงเอยที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มจากงบประมาณที่ตั้งไว้ประมาณสองถึงสามเท่า

1. รูปแบบของงานแต่งงานที่ต้องการ

การคิดถึงรูปแบบของงานแต่งงานที่ต้องการคือสิ่งสำคัญของการวางแผนงานแต่งงาน ลองคิดถึงว่ารูปแบบงานแต่งงานแบบไหนที่ต้องการและลองเริ่มต้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากสิ่งต่างๆ ลองกำหนดความรู้สึกต่างๆ ที่ต้องการสำหรับงานแต่งงาน คิดถึงเกี่ยวกับรูปแบบงานแต่งงาน คนที่จะมาร่วมงาน และอารมณ์ความรู้สึก สิ่งทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้งานแต่งงานดูมีเอกลักษณ์มากขึ้นกว่าเดิม ลองคิดเกี่ยวกับงานแต่งงานที่เคยเห็นและพยายามหาคำมาอธิบายเพื่อหาคำที่จะมาช่วยสื่อเกี่ยวกับงานแต่งงานที่ต้องการให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมากขึ้น อย่างงานพิธีการที่ไม่เป็นพิธีการมากนัก จะมีรูปแบบงานดูผ่อนคลาย ดูอบอุ่นแบบครอบครัวแต่ก็มีความเป็นตัวเองแฝงเข้าไปด้วย

2. ลดจำนวนตัวเลข

คิดถึงงบประมาณอย่างจริงจัง พยายามทำให้ชัดเจนและเข้มงวดที่จะใช้จ่าย ลองพูดคุยกับผู้ร่วมงานถึงจำนวนเงินที่มีสามารถจ่ายได้ในงานแต่งงาน อาจลองมองหาว่ามีใครบ้างที่ยินดีที่จะช่วยเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายได้บ้าง และกำหนดว่าสิ่งที่ต้องจ่ายในงานแต่งงานมีอะไรบ้างเพื่อสามารถกำหนดค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานได้ถูกต้อง

สำหรับตัวเลขอื่นๆ ที่ต้องจัดการคือจำนวนแขกที่มาร่วมงาน อาจลองเปิด excel และใส่จำนวนรายชื่อแขกที่ต้องการเชิญมางาน เพราะจำนวนของแขกที่จะมาร่วมงานจะส่งผลกระทบต่องบประมาณที่จะต้องจ่าย

3.  จัดลำดับความสำคัญ

ลองจัดลำดับความสำคัญสามลำดับแรกสำหรับงานแต่งงาน อย่างเช่น ดนตรี บาร์ ช่างภาพ เค้ก ของว่าง ดอกไม้ หรือรายละเอียดอื่นๆ ที่คิดว่ามีความสำคัญ การมีรายการสั้นๆ ของการจัดลำดับความสำคัญคือความคิดที่ดีที่สามารถให้ความสนใจเฉพาะงบประมาณที่ตั้งเอาไว้ได้มากขึ้น ควรจัดลำดับรายการสำคัญและนั่งลงกับผู้ร่วมงานเพื่อพูดคุยกัน และควรมีความซื่อสัตย์ในการทำตามความต้องการของตัวเองเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับรายละเอียดงานที่ต้องทำ

4. ทำให้เป็นจริง

คิดถึงจำนวนแขก งบประมาณที่จะต้องจ่าย และรูปแบบงานแต่งงาน เพื่อเริ่มต้นหาว่าอะไรที่สามารถทำได้ในงบประมาณที่กำหนด อย่างเช่น ถ้ามีแขกจำนวน 250 คน แต่มีงบประมาณไม่พอ อาจลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงบประมาณที่ตั้งไว้เทียบกับจำนวนแขกที่ควรเชิญมา อาจลองหาตัวอย่างจากคู่แต่งงานคู่อื่นๆ เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับงานตัวเองเพื่อทำให้อะไรง่ายขึ้นก็ได้

5. การประเมินและการสร้างสรรค์

ถ้าแผนการเริ่มต้นและจำนวนตัวเลขไม่ได้สอดคล้องกันหลังจากการตรวจสอบ ลองใช้เวลาสำหรับการประเมินใหม่อีกครั้ง ว่าสามารถจ่ายเงินเพิ่มได้มากแค่ไหนสำหรับจัดงานแต่งงานในฝันให้เป็นจริง ลองคิดดุว่าจะสามารถเปลี่ยนสถานที่หรือรูปแบบงานแต่งงานเพื่อทำให้งบประมาณอยู่ในขอบเขตได้มากน้อยแค่ไหน สามารถลดอะไรได้บ้างเพื่อประหยัดเงิน ถ้างบประมาณและความต้องการไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ลองหาทางจัดการเพื่อลำดับแผนการดำเนินงานให้เรียบร้อย

6. ลอทอนค่าใช้จ่าย

สร้างแบบฟอร์มเมื่อกำหนดงบประมาณสำหรับงานแต่งงาน มันคือสิ่งสำคัญที่ต้องบันทึกสิ่งต่างๆ เอาไว้ พยายามจดรายการสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายงานแต่งงานและดูว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรที่สามารถลดทอนออกไปได้บ้าง อย่างเช่น ถ้าแต่งงานหลังบ้านของตัวเอง ก็สามารถลดค่าสถานที่ลงไปได้ หรือถ้าเค้กแต่งงานลูกพี่ลูกน้องเป็นคนจัดการให้ได้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ลดลงไปได้อีก ลองดูรายละเอียดของค่าใช่จ่ายอื่นๆ เพื่อดูว่ามีใครที่สามารถช่วยได้บ้างในการแบ่งเบา พยายามปรับปรุงงบประมาณเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานให้พอดี (แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจไม่รวมอยู่ในการฮันนีมูน งานปาร์ตี้ ที่พักโรงแรม แหวนแต่งงาน ของขวัญแต่งงาน ของประกอบในงานพิธี การตกแต่งรถแต่งงาน)

Cr.: apracticalwedding.com