9 อย่างที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกสถานที่แต่งงาน

9 อย่างที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกสถานที่แต่งงาน

1. งบประมาณ

งบประมาณคือสิ่งสำคัญสำหรับการกำหนดขอบเขตค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับงานแต่งงานรวมถึงการจองสถานที่แต่งงาน ลองหาทางประหยัดด้วยการหาทางลดค่าใช้จ่ายในค่าธรรมเนียมต่างๆ ของสถานที่ พยายามรวบรวมหลายๆ ส่วนที่อาจตั้งแยกจากกันที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มให้มาอยู่ในสถานที่เดียวกัน หรืออาจลองพิจารณาถึงการแต่งงานที่ไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูกาลที่คนนิยมแต่งงานกันอย่างเช่นฤดูร้อน หลายๆ สถานที่จัดงานอาจเสนอส่วนลดสำหรับการไม่แต่งงานในช่วงยอดนิยม

2. ขนาดสถานที่

สถานที่จัดงานแต่งงานควรมีขนาดพอดีกับจำนวนแขกที่จะมาร่วมงาน สถานที่จัดงานที่ใหญ่เกินไปจะทำให้เสียพื้นที่โดยไม่จำเป็น และหมายถึงการเสียเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็นด้วย ในทางกลับกันสถานที่จัดงานที่มีขนาดเล็กเกินไปจะทำให้แขกที่มาร่วมงานมีพื้นที่ไม่พอและต้องอยู่ร่วมกันด้วยความแออัดยัดเยียด ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจหรือไม่สะดวกสบายให้แก่แขกก็ได้ ลองถามผู้ประสานงานสำหรับสถานที่จัดงานว่าสถานที่จัดงานสามารถจุคนได้กี่คน และเชิญแขกจำนวนน้อยกว่าสถานที่จัดการสามารถจุได้เล็กน้อย

3. รูปแบบ

สถานที่จัดงานควรสื่อถึงความเป็นตัวตนของคู่บ่าวสาว ถ้าต้องการงานที่ดูเป็นพิธีการมากก็อาจมองหาทางเลือกที่ดูเป็นพิธีการ อย่างเช่นห้องบอลรูมและโถงต้อนรับ แต่ถ้าต้องการความคิดสร้างสรรค์มาก อาจพิจารณาบางสิ่งบางอย่างที่ดูหลุดออกจากกรอบและแปลกใหม่ขึ้น อย่าง

สะพาน : ถ้าต้องการจัดงานนอกสถานที่ อาจลองมองหาสะพานสวยๆ สักแห่งท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม หรืออาจเป็นตามชนบทห่างไกล แต่ดูโล่งโปร่งท่ามกลางธรรมชาติ (แต่อย่าลืมว่าควรถามเจ้าหน้าที่ประจำพื้นทีก่อนเพื่อขอคำอนุญาตสำหรับจัดงานแต่งงาน)
พิพิธภัณฑ์: ห้องโถงที่มีขนาดใหญ่สามารถจะสร้างความสะดวกสบายให้กับแขกที่มาร่วมงานจำนวนเป็นร้อย พยายามมองหาพิพิธภัณฑ์ที่เหมาะสมกับรูปแบบงานที่ต้องการและควรมองหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรายละเอียดของการเช่าสถานที่
ไร่องุ่น: ลองนึกถึงภาพความพิเศษสุดสำหรับการแจกไวน์ให้กับแขกที่มาร่วมงานในไร่องุ่นท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงาม และฉากหลังที่เป็นภูเขาสีเขียวตัดกับท้องฟ้าสดใส คงเป็นทัศนียภาพที่สมบูรณ์แบบสำหรับสร้างความทรงจำสำหรับเพื่อนและครอบครัวในวันแต่งงาน
สวนสัตว์: สวนสัตว์เป็นสถานที่ที่ดูแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์สำหรับการจัดงานแต่งงาน เป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับการเป็นหัวข้อสนทนาสำหรับแขกยามค่ำคืน

4. ฤดูกาล

ลองมองหาฤดูกาลที่เหมาะกับรูปแบบงานแต่งงานที่ชอบ ถ้าเป็นพวกชอบความอิสระและสนุกสนาน อาจลองพิจารณาการจัดงานแต่งงานนอกสถานที่ระหว่างช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ และต้นฤดูร้อน (แต่ควรเตรียมสำหรับการจัดงานภายในไว้ด้วยถ้าสภาพอากาศเลวร้าย) แต่ถ้าชอบยึดมั่นกับรูปแบบดั่งเดิมอาจชอบการจัดงานในฤดูหนาว

5. คุณภาพอาหาร

ถ้าเลือกอาหารจัดเลี้ยงของสถานที่จัดงาน อาจขอดูตัวอย่างอาหารก่อนที่จะจ่ายค่ามัดจำ แต่ถ้าจ้างการบริการอาหารจากภายนอก ลองถามสถานที่จัดงานดูถึงรายละเอียดข้อมูลสำหรับการจัดเตรียมอาหาร การนำเสนอและการบริการ ควรถามให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการจัดเตรียมอาหารที่จ้างมาจากภายนอกจะสามารถใช้ห้องครัวในสถานที่จัดงานได้หรือไม่

6. การให้บริการ

แม้แต่สถานที่จัดงานที่แสนสมบูรณ์แบบก็อาจยังมีการให้บริการที่แย่ ลองถามหรือตรวจสอบให้แน่ใจถึงเวลาที่รับผิดชอบของสถานที่จัดงาน ความกระตือรือร้นหรือการให้บริการลูกค้า ลองมองหาสถานที่จัดงานที่อื่นถ้าไม่แน่ใจถึงการให้บริการของสถานที่จัดงานเดิม

7. กฎระเบียบ

ทางสถานที่จัดงานอาจมีนโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่และการใช้เสียง ถ้าต้องการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ที่ฝ่ายต้อนรับ ต้องแน่ใจว่าทางสถานที่จัดงานอนุญาตแล้ว ควรบอกให้แขกเข้าใจด้วยว่าตรงไหนที่สามารถสูบบุหรี่ได้

8. ความต้องการพิเศษ

ถ้ามีผู้สูงอายุหรือคนพิการในรายชื่อของแขกที่มาร่วมงานแต่งงาน ควรสอบถามถึงความต้องการเป็นพิเศษที่แขกเหล่านี้ต้องการและควรบอกเจ้าหน้าที่ของสถานที่จัดการให้เรียบร้อยเพื่อความสะดวกสบายของแขกทุกคนที่จะมาร่วมงาน

9. สัญญา

ก่อนเซ็นสัญญาควรตรวจสอบในเรื่องของราคา วันเวลา และรายละเอียดเพิ่มเติมในสัญญาให้รอบคอบและเรียบร้อยเสียก่อน อย่าเพิ่งรีบเซ็นชื่อลงในสัญญาจนกว่าจะเข้าใจถึงสิ่งที่รวมเอาไว้และไม่ได้รวมเอาไว้ในสัญญา

Cr.: http://www.essensedesigns.com