เรื่องชวนทะเลาะที่คู่รักมักมีเกี่ยวกับงานแต่งงาน

เรื่องชวนทะเลาะที่คู่รักมักมีเกี่ยวกับงานแต่งงาน

การวางแผนการแต่งงานอาจดูเป็นเรื่องสนุกสำหรับหลายๆ คู่แต่งงาน แต่ก็อาจเป็นเรื่องเครียดจนเป็นสาเหตุที่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างคู่แต่งงานด้วยก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลมากเกินไปถ้าหากเกิดการทะเลาะกันขึ้นเพราะไม่ว่าอย่างไรมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีเรื่องถกเถียงกันระหว่างการเตรียมขั้นตอนต่างๆ สำหรับงานแต่งงาน แค่พึงระลึกเอาไว้แค่ว่าอย่าโต้เถียงรุนแรงมากไปเกินไป และนี่คือ 7 ตัวอย่างปัญหาที่มักเกิดขึ้นจนนำไปสู่การทะเลาะกันของคู่แต่งงานและวิธีหลบเลี่ยงการทะเลาะของปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

1. รายชื่อแขก

การคิดเกี่ยวกับจำนวนแขกที่ต้องเชิญมายังงานแต่งงาน มันไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างแค่เจ้าสาวหรือเจ้าบ่าว แต่ยังรวมถึงครอบครัวที่มักจะมีความคิดของตัวเองเกี่ยวกับจำนวนของสมาชิกครอบครัวและเพื่อนที่ต้องการเชิญมา ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่แค่มีผลต่องบประมาณ แต่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาด้วยถ้าเจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับครอบครัว และต่างฝ่ายต่างอยากเชิญแขกของตัวเองมาจนเมื่อรวมจำนวนแขกของทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวแล้วมีมากเกินไปกว่าที่สถานที่หรืองบประมาณที่ตั้งไว้จะรับไหว ทางออกที่ดีสำหรับหลีกเลี่ยงการโต้แย้งสำหรับคู่แต่งงานคือพยายามจัดรายชื่อแขกในกระดาษแผ่นเดียวกันเพื่อตกลงจำนวนแขกที่ต้องการเชิญมางานให้แน่ชัดและพูดกับพ่อแม่เกี่ยวกับอะไรที่ต้องการสำหรับงานแต่งงานให้เข้าใจ

2 .เงิน

เงินหรืองบประมาณเป็นสิ่งแรกๆ ที่ควรนึกถึงเมื่อต้องวางแผนงานแต่งงาน ไม่มีคู่แต่งงานคู่ไหนต้องการจะเริ่มต้นชีวิตคู่ของตัวเองด้วยหนี้สินก้อนโต แต่โดยปกติโดยทั่วไปแล้วต้องมีหนึ่งในคู่แต่งงาน(ส่วนใหญ่คือเจ้าสาว)ต้องใช้จ่ายงบประมาณสำหรับสิ่งต่างๆ เกินงบประมาณที่ตั้งเอาไว้ ดังนั้นพยายามก้าวสู่งานแต่งงานในฝันด้วยการคำนวณว่ามีจำนวนงบประมาณเท่าไหร่ที่สามารถใช้จ่ายได้ และพยายามหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเกินตัวด้วยงบประมาณที่เป็นจริงและระมัดระวังการใช้จ่ายอยู่เสมอ

3. ใครช่วยค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง

คู่แต่งงานหลายคู่อาจจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับการเตรียมงานแต่งงานด้วยตัวเอง แต่สำหรับบางคู่แต่งงานอาจมีงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับการเตรียมงานแต่งงานในฝัน ดังนั้นการหาผู้ช่วยที่จะสามารถช่วยเหลือเกี่ยวกับงบประมาณได้อาจคือทางออก ลองปรึกษาพ่อแม่หรือญาติสำหรับการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับงานแต่งงานดู ลองนั่งลงพร้อมพูดคุยกับพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายว่าพวกท่านจะสามารถช่วยสนับสนุนได้เท่าไหร่ และหลังจากนั้นจะได้ตั้งงบประมาณได้ถูกว่ามีงบประมาณที่ต้องจ่ายเองอีกเท่าไหร่

4. ศาสนา

ถ้าคู่แต่งงานนับถือศาสนาที่ต่างกัน อาจกลายเป็นเรื่องเครียดที่ต้องจัดงานที่จะทำให้แต่ละศาสนาที่ต่างฝ่ายนับถือจะปรากฏอยู่ในขั้นตอนพิธีแต่งงานด้วย และยิ่งเป็นเรื่องยุ่งยากมากขึ้นถ้าหากครอบครัวของฝ่ายไหนค่อนข้างจริงจังและอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้ ลองพยายามมองหาผู้ประกอบพิธีที่เชี่ยวชาญในเรื่องของศาสนาหลายๆ ศาสนาสำหรับงานแต่งงานและสามารถเชื่อมโยงพิธีการของแต่ละศาสนาเข้าด้วยกันได้ และเมื่อถึงวันพิธีการทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็ควรให้ความสำคัญกับขั้นตอนของแต่ละศาสนาเท่าๆ กันแม้ไม่ใช่ศาสนาที่ตัวเองนับถือก็ตาม

5. การมีส่วนร่วมของเจ้าบ่าว

แม้เจ้าสาวบางคนอาจจะบอกว่าเจ้าบ่าวของตัวเองไม่ได้ให้ความสนใจมากนักเกี่ยวกับขั้นตอนการวางแผนการแต่งงานและต้องการให้เจ้าสาวเป็นคนจัดการเองเกือบทั้งหมด แต่สำหรับเจ้าบ่าวของเจ้าสาวบางคนกลับอยากมีส่วนร่วมในทุกๆ เรื่อง สิ่งที่เจ้าสาวจะจัดการได้คือ อย่าพยายามบังคับเจ้าบ่าวให้ช่วยสำหรับการวางแผนงานแต่งงานถ้าหากเขาไม่สนใจ และพยายามมองหาหน้าที่บางอย่างที่เจ้าบ่าวจะรู้สึกสนุกที่ได้ทำ อย่างเช่น การไปเจอวงดนตรีหรือDJs การชิมเค้กแต่งงานหรือมองหาชุดแต่งงานด้วยตัวเอง พยายามชักนำเจ้าบ่าวว่านี่คือวันแต่งงาน ไม่ว่ามีเรื่องอะไรก็ควรนั่งลงคุยกันและเรียนรู้ที่จะประนีประนอมซึ่งกันและกัน

6. งานเลี้ยงแต่งงาน

งานเลี้ยงแต่งงานคือช่วงเวลาที่คู่แต่งงานจะถูกห้อมล้อมไปด้วยคนที่ใกล้ชิดและคนที่รัก คู่แต่งงานบางคนต้องการงานเลี้ยงแต่งงานที่ใหญ่แต่บางคู่แต่งงานต้องการงานเลี้ยงแต่งงานที่เล็กที่มีแต่คนใกล้ชิดและคนที่รักเท่ากัน แต่ไม่ว่าจะเลือกจัดงานเลี้ยงแต่งงานที่มีจำนวนแขกเท่าไหร่ก็ควรพยายามใส่ใจเกี่ยวกับงบประมาณ และการดูแลที่ทั่วถึงเอาไว้ด้วย พยายามเข้าใจว่าถ้ามีแขกจำนวนมากในงานแต่งงาน ก็หมายถึงจะมีปัญหามากขึ้น ดังนั้นควรพยายามทำให้มันเล็กเท่าที่จะเป็นไปได้ถ้าคิดว่าจะมีปัญหาเรื่องการจัดการและดูแลแขกที่จะมาร่วมงาน

7. คนเก่า

อาจจะเป็นเรื่องดีที่หนึ่งในคู่แต่งงานหรือทั้งคู่แต่งงานจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรักเก่าๆ อยู่ แต่ถ้าพูดถึงการเชิญพวกเขามาในงานแต่งงาน มันอาจไม่ใช่เรื่องที่น่าสบายใจนัก ลองคิดเกี่ยวกับเพื่อนและครอบครัวที่อาจต้องมาดูแลพวกเขาแทนคู่แต่งงานที่อาจจะไม่สะดวกใจนักที่จะมารับรองด้วยตัวเองเพราะเกรงใจอีกฝ่าย

Cr.: http://www.shefinds.com