6 คำถามที่ว่าที่เจ้าสาวทุกคนควรถามนักวางแผนงานแต่งงาน

6 คำถามที่ว่าที่เจ้าสาวทุกคนควรถามนักวางแผนงานแต่งงาน

1. แหล่งอ้างอิงหรือตัวอย่างงาน

ก่อนที่จะจ้างนักวางแผนงานแต่งงานมืออาชีพ ควรถามถึงแหล่งอ้างอิงและตัวอย่างงานเพื่อดูภาพรวมและความเป็นไปได้ที่จะทำงานร่วมกันก่อน สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการว่าจ้างนักวางแผนงานแต่งงานซึ่งต้องเป็นผู้ที่ต้องช่วยวางแผนและดูแลงานแต่งงาน และไม่ควรแค่เหลือบดูแค่ตัวอักษรแนะนำตัวที่นักวางแผนแต่งงานให้ ควรค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนักวางแผนทางออนไลน์ที่สนใจว่ามีคำบ่นหรือคอมเม้นต์อะไรบ้างจากลูกค้าเก่าๆ ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี โดยเฉพาะด้านไม่ดีที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

2. จะช่วยประหยัดเงินได้แค่ไหน

ประโยชน์ที่ดีสำหรับการจ้างนักวางแผนงานแต่งงานคือการสามารถจ้างหรือติดต่อผู้ที่จะมีส่วนในการให้บริการงานแต่งงานที่ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวอาจไม่สามารถจ้างหรือติดต่อได้ด้วยตัวเอง นักวางแผนงานแต่งงานจะมีทั้งความเป็นมืออาชีพ และความเชี่ยวชาญในการรู้วิธีที่จะช่วยประหยัดเงินโดยไม่ทำลายรูปแบบงานแต่งงาน และนักวางแผนงานแต่งงานที่ดีต้องสามารถช่วยเตือนเจ้าสาวได้ถ้าเจ้าสาวกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตที่จะใช้จ่ายเกินงบประมาณที่ตั้งเอาไว้

3. รับงานซ้อน

ในการวางแผนงานแต่งงาน เจ้าสาวควรรู้ว่านักวางแผนงานแต่งงานของตัวเองรับงานซ้อนในวันเดียวสองสามงานหรือเปล่า นักวางแผนการแต่งงานหลายคนอาจมีทีมงานที่รับผิดชอบงานแต่งงานอีกงานสองงานหรือหลายๆ งานในวันเดียวกัน และกลายเป็นเรื่องที่คู่แต่งงานที่อยากได้นักวางแผนแต่งงานระดับหัวงานไม่ใช่แค่ทีมงานอาจต้องสู้กับค่าจ้างที่แพงขึ้นสำหรับการได้สิทธิพิเศษ ดังนั้นควรสอบถามให้เข้าใจก่อนการจ้างนักวางแผนการแต่งงาน

4. ผู้ให้บริการงานแต่ง

นักวางแผนการแต่งงานมักมีรายชื่อร้านดอกไม้ ช่างภาพ DJs และผู้ให้บริการงานแต่งงานอื่นๆ ที่เข้าใจการทำงาน ทำงานดีและเชื่อถือได้ แต่คู่แต่งงานก็ควรค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ให้บริการแต่งงานที่นักวางแผนการแต่งงานให้รายชื่อมาด้วย เพราะคนที่นักวางแผนงานแต่งงานเลือกทำงานด้วยจะแสดงออกถึงเกี่ยวกับนักวางแผนการแต่งงานว่าเป็นคนอย่างไร

5. สภาพอากาศ

ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวควรสอบถามนักวางแผนงานแต่งงานเกี่ยวกับวิธีรับมือสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างฝนตก ถ้าหากคู่แต่งงานอยากจัดงานแต่งงานภายนอก นักวางแผนงานแต่งงานควรมีความคิดมาเสนอเป็นแผนการสำรองถ้าหากเกิดสภาพอากาศที่เลวร้าย อย่างการวางแผนเช่าเต็นท์หรือหาสถานที่แต่งงานที่มีที่จัดงานทั้งภายในภายนอก และควรมีสถานที่เหล่านี้อยู่แล้วในรายชื่อการติดต่อด้วย

6. ประกัน

สถานที่จัดงานแต่งงานส่วนมากต้องการนักวางแผนการแต่งงานมืออาชีพมีประกันความเสียหาย คู่บ่าวสาวควรมองหาประเภทของประกันที่นักวางแผนงานแต่งงานมีและรายละเอียดในนั้นว่าครอบคลุมอะไรบ้างเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทีหลัง

Cr.: http://www.shefinds.com