วิธีที่จะทำให้การวางแผนงานแต่งงานระยะไกลง่ายขึ้น

วิธีที่จะทำให้การวางแผนงานแต่งงานระยะไกลง่ายขึ้น

1. เริ่มต้นวางแผนเร็ว

คู่แต่งงานอาจต้องการการวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนในการวางแผนงานแต่งงานระยะไกล การมีเวลาวางแผนที่มากขึ้นจะทำให้แขกที่ต้องมาร่วมงานมีเวลาเตรียมตัวและรู้กำหนดเวลามากขึ้น และการจองสถานที่แต่งงานล่วงหน้าเป็นเวลานานๆ จะทำให้ราคาการจองสถานที่ที่ดีขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จองล่วงหน้านานๆ จะได้ราคาที่ถูกลงหรือหาช่วงเวลาที่จะได้ราคาถูกลงและสามารถรีบจองได้ก่อน

2. เลือกสถานที่ที่คุ้นเคย

การวางแผนจะง่ายขึ้นถ้าสถานที่ที่จะจัดงานแต่งงานเป็นสถานที่ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเคยเดินทางไปมาก่อน หรืออย่างน้อยเป็นสถานที่ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวอาจไม่เคยเดินทางไปแต่รู้จักเป็นอย่างดี เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวอาจจะไม่ทราบว่าจะต้องทำอะไรในสถานที่จัดงานจนกว่าจะได้ไปเห็นที่นั่นจริงๆ หรือมีการค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดล่วงหน้าก่อน

3. จำนวนแขก

จัดรายการรายชื่อแขกและจำนวนแขกที่ต้องการเชิญมางานและส่งอีเมล์สอบถามถึงการสามารถเดินทางไปร่วมงานยังสถานที่ที่ไกลออกไปได้ไหม การรู้จำนวนแขกที่แน่นอนจะช่วยให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดสินใจได้ว่าต้องใช้จำนวนเงินเท่าไหร่สำหรับงานแต่งงานทั้งหมด

4. จ้างนักวางแผนงานแต่งงาน

จ้างนักวางแผนงานแต่งงานที่จะช่วยเจ้าบ่าวเจ้าสาวลดความเครียดลงได้ ไม่ใช่แค่จะช่วยเจ้าบ่าวเจ้าสาวค้นหาผู้ให้บริการงานแต่งงานที่ดีและราคาต่อรองที่ดีเท่านั้น แต่ยังสามารถรู้ถึงสถานที่จัดงานที่น่าสนใจ สิ่งอำนวยความสะดวก และสิ่งสร้างความบันเทิงสำหรับแขกสำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อยากจัดงานแต่งงานยังสถานที่เหล่านั้นได้ และถ้าจัดงานแต่งงานนอกประเทศไทย ก็ควรมองหานักวางแผนงานแต่งงานที่สามารถพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยสำหรับการติดต่อสื่อสารกับคนที่จะมีส่วนร่วมในการจัดงานแต่งงานในประเทศนั้นๆ ได้อย่างรู้เรื่องและเข้าใจเพื่อให้การจัดเตรียมงานแต่งงานประสบความสำเร็จ

5. คิดถึงเงินในกระเป๋าแขก

การจัดงานแต่งงานระยะไกลเป็นเรื่องที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก คิดถึงเงินที่แขกจะต้องใช้สำหรับการมาร่วมงานแต่งงานทั้งหมดว่าแขกสามารถจ่ายได้เท่าไหร่ และเจ้าบ่าวเจ้าสาวสามารถช่วยแขกได้ในเรื่องใดบ้าง อย่างค่าเดินทาง ค่าที่พักเพื่อให้แขกไม่ต้องใช้เงินมากเกินไปจนอาจมีปัญหาเรื่องเงินในการมาร่วมงานแต่งงานของทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว

6. ความถูกต้องทางกฎหมาย

พิจารณาถึงกฎหมายของรัฐที่ต้องการจัดงานแต่งงาน เพราะกฎหมายอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ พยายามคิดถึงสิ่งนี้ในการวางแผนงานแต่งงานและอย่าลืมกรอกรายละเอียดในเอกสารต่างๆ ให้เรียบร้อย พยายามจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อมเพื่อที่จะไม่ลืมหรือเร่งรีบ หรือใช้เงินเพิ่มขึ้นสำหรับการทำให้เอกสารทุกอย่างเรียบร้อย พยายามสร้างตารางเวลาตั้งแต่การเริ่มการวางแผนถึงเวลาปัจจุบันและเขียนกำหนดวันสุดท้ายเพื่อที่จะได้ไม่ต้องพลาดอะไรที่สำคัญไป

7. ให้เวลากับตัวเอง

พยายามเดินทางไปยังสถานที่จัดงานก่อนงาน 5-7 วันก่อนงานแต่งงาน เพื่อจะได้เตรียมสิ่งต่างๆ ให้เรียบร้อยและปรับตัวกับสถานที่หรือเวลาที่แตกต่าง และใช้เวลาที่จะพักผ่อนเล็กน้อยก่อนงานแต่งงาน

8. ชุดเจ้าสาว

พยายามเลือกชุดเจ้าสาวที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปยังสถานที่จัดงานได้อย่างเรียบร้อย บางทีอาจขอยืมตู้ของกัปตันหรือวางไว้บนช่องว่างเหนือศรีษะ และพยายามค้นหาร้านชุดแต่งงานท้องถิ่นใกล้ๆ ที่จัดงานสำหรับการรีดและจัดการชุดแต่งงานให้ดูสวยเหมือนตอนที่เพิ่งออกมาจากร้านแต่งงานเป็นครั้งแรกก่อนงานแต่งงาน

9. ให้ข้อมูลแก่แขก

ให้ข้อมูลมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้แก่แขกที่จะมาร่วมในงานแต่งงาน ทำให้แน่ใจว่าแขกทุกคนจะมีรายละเอียดที่พวกเขาต้องการตั้งแต่ข้อเรียกร้องต่างๆ สำหรับการเดินทางหรือหมายเลขฉุกเฉิน กำหนดใครสักคน ซึ่งอาจเป็นคนที่สถานที่จัดงานหรือนักวางแผนงานแต่งงานสำหรับการเป็นศูนย์กลางติดต่อตลอดขั้นตอนการเดินทางของแขกที่มาในงาน

10. จดหมาย

ส่งจดหมายถึงแขกและผู้ที่มีหน้าที่ให้บริการในงานแต่งงานถึงสถานที่จัดงานและการเตรียมตัวต่างๆ เพื่อให้เดินทางมาถึงได้อย่างถูกที่และถูกเวลา

Cr.: http://www.shefinds.com