สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกวันที่แต่งงาน

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกวันที่แต่งงาน

1. มีเวลาพอสำหรับการวางแผนหรือเปล่า

แม้เจ้าบ่าวเจ้าสาวหลายคนอาจมีวันที่ที่ตัวเองต้องการอยู่ในใจแล้วก็ตามแต่ก็ต้องแน่ใจจริงๆ ว่าวันเวลาเหล่านี้จะทำให้มีเวลาพอที่จะวางแผนสำหรับงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ เพราะเคยมีตัวอย่างเหมือนกันที่บางคู่แต่งงานต้องรีบลงมาที่แท่นพิธีแต่งงานเพราะยังขาดรายละเอียดอีกมากมายที่ยังไม่ได้ทำเพียงเพราะพวกเขารีบจัดงานมากจนเกินไปจนจัดเตรียมงานแต่งงานไม่ทัน

2. วันที่มีความหมายเป็นพิเศษ

ถ้าเป็นไปได้ เลือกวันที่มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับคู่ของตัวเอง อย่างวันแรกที่พบกันหรือวันแลกที่จูบกัน หรือวันใดก็ตามที่จะทำให้เจ้าบ่าวสามารถจดจำถึงความพิเศษของวันเหล่านั้นได้

3. วันพิเศษ

วันพิเศษอย่างวันที่มีตัวเลขแบบพิเศษ อย่าง 12-13-14 หรือ 5-10-15 ซึ่งดูเป็นวันที่ดูน่ารักน่าจดจำสำหรับคู่บ่าวสาวและแขกที่มาร่วมงาน แต่เนื่องจากเป็นวันที่มีอะไรเป็นพิเศษ ถ้าหากคู่บ่าวสาวคู่ไหนตัดสินใจเลือกวันเหล่านี้เป็นวันสำหรับการจัดงานแต่งงานก็ควรจองสถานที่แต่งงานหรือจัดการนัดหมายคนที่มีจะจ้างให้มาช่วยในงานแต่งงานให้ดี เพราะยังมีคู่รักจำนวนมากต้องการแต่งงานในวันพิเศษแบบนี้ด้วยเช่นกัน

4. สถานที่แต่งงาน

ก่อนที่คู่บ่าวสาวจะส่งคำเชิญสำหรับวันแต่งงาน ต้องแน่ใจจริงๆ ว่าจองสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ส่วนมากสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานในช่วงวันหยุดมักจะถูกจองอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงควรลองจองวันธรรมดาอย่างวันจันทร์หรือวันพฤหัสแทนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่จะทำให้ได้วันจองมากกว่าและประหยัดเงินด้วย

5. สภาพอากาศ

ถ้าคู่แต่งงานคู่ไหนต้องการจัดงานแต่งงานภายนอก ไม่ควรจัดงานในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ซึ่งอาจมีสภาพอากาศร้อนมากหรือแม้แต่ฝนตก โดยเฉพาะเป็นหน้าฝนที่อาจเกิดพายุฝนตกหนักเอาไว้ด้วย ตามปกติมีสาเหตุมากมายที่จะส่งผลให้สภาพอากาศเลวร้ายอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ว่าวางแผนจัดงานเดือนไหนถ้าต้องการจัดงานด้านนอกควรมีแผนสำรองไว้สำหรับรับมือสภาพอากาศที่เลวร้ายเอาไว้ด้วยเสมอ

6. วันหยุด

หลายๆ คู่แต่งงานต้องการแต่งงานในช่วงวันหยุดพิเศษอย่าง วันคริสมาสต์ วันปีใหม่ หรือวันวาเลนไทด์ ซึ่งอาจเป็นการยากที่จะจองสถานที่แต่งงานในช่วงวันหยุดเหล่านี้หรือแขกที่จะต้องมางานอยากไปท่องเที่ยวมากกว่ามาร่วมงานแต่งงาน นอกจากนี้ในช่วงเวลาแบบนี้หลายๆ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานแต่งงานย่อมมีราคาแพงไม่ว่าจะค่าเช่าสถานที่ ค่าดอกไม้ อาหารเครื่องดื่ม คนที่มาให้บริการในงานหรืออื่นๆ

7. ช่วงฤดูกาล

คู่แต่งงานบางคู่มองหาฟาร์มท้องถิ่นหรือผลิตผลอื่นๆ ที่สดใหม่สำหรับเลี้ยงแขกที่มาในงาน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะจัดงานในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลิตผลนั้น รวมถึงดอกไม้ก็เช่นกัน ถ้าเจ้าสาวคนไหนมีดอกไม้ที่อยู่ในใจเป็นพิเศษก็ต้องค้นหาข้อมูลให้แน่ชัดว่าช่วงฤดูกาลนั้นสามารถเก็บเกี่ยวหรือมีดอกไม้ชนิดนี้ได้หรือไม่ ไม่งั้นอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นสำหรับการตามหาผลิตผลหรือดอกไม้ที่ต้องการ

8. ฮันนีมูน

คู่แต่งงานส่วนใหญ่จะสามารถเลือกกำหนดได้ว่าจะฮันนีมูนหลังงานแต่งงานทันทีหรือรอไปก่อนสักพัก แต่ถ้าคู่ไหนต้องการฮันนีมูนทันทีหลังแต่งงานก็ต้องมาดูถึงรายละเอียดและวันที่สามารถจองที่พักไว้ด้วย เพราะไม่งั้นก็ต้องอาจเลื่อนวันแต่งงานออกไปก่อนที่จะสามารถจองสถานที่พักหรือสิ่งอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการฮันนีมูนได้

9. เหตุการณ์พิเศษ

คู่บ่าวสาวควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าจะมีการจัดกิจกรรมพิเศษอะไรหรือเปล่าในพื้นที่และในช่วงเวลาที่จะจัดงานแต่งงาน และเป็นสาเหตุให้ถนนถูกปิด อย่างเช่นมีขบวนพาเหรด ลองสอบถามผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องสำหรับการจัดกิจกรรมพิเศษใหญ่ประจำปี เพราะถ้าถนนถูกปิดจะเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาจราจรและแขกที่มาร่วมงานไม่สะดวกที่จะไปถึงสถานที่จัดงาน

10. กีฬานัดพิเศษ

คู่บ่าวสาวควรพยายามหลีกเลี่ยงช่วงนัดกีฬาพิเศษช่วงสุดสัปดาห์ เพราะคงไม่มีคู่บ่าวสาวคู่ไหนอยากให้แขกที่มาร่วมงานเอาแต่เช็คมือถือถึงผลกีฬาหรือแอบไปดูนัดถ่ายทอดสดที่บริเวณเคาเตอร์โรงแรมที่มีทีวีแทนจะอยู่ร่วมในงานแต่งงาน

Cr: http://www.shefinds.com