10 คำถามที่ควรถามก่อนจ้างช่างภาพ

10 คำถามที่ควรถามก่อนจ้างช่างภาพ

1. งานถ่ายภาพคืองานหลักหรือเปล่า ในผลงานถ่ายภาพประกอบไปด้วยการถ่ายภาพงานแต่งงานมากน้อยแค่ไหน

อย่างแรกที่ต้องทราบคือประสบการณ์ของช่างภาพที่ต้องการจะจ้าง ชั่วโมงการทำงานและทักษะที่แตกต่างกันของช่างภาพแต่ละคน ช่างภาพบางคนทำงานแค่งานนอกเวลาหรือถ่ายภาพแนวอื่นอย่างแนวภาพนิ่งเป็นส่วนใหญ่ แต่สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะถ่ายภาพออกมาไม่ดีสำหรับการเป็นช่างภาพงานแต่งงาน แต่ประสบการณ์ก็มีส่วนสำคัญสำหรับผลงานว่าจะออกมาดีแค่ไหน ตามปกติช่างภาพงานแต่งงานเต็มเวลาที่งานยุ่งจะต้องมีประสบการณ์ทำงานในการถ่ายภาพงานแต่งงานประมาณ 20-30 งานต่อปี

2. ถ่ายภาพงานแต่งงานมานานเท่าไหร่ มีผลงานให้ดูหรือไม่

คำถามนี้คือตัวบ่งชี้ของประสบการณ์และมีผลเกี่ยวข้องกับราคาค่าจ้างด้วย ช่างภาพหลายคนอาจได้คำถามว่า ตัดสินนำเสนอเรื่องราคาอย่างไร ผลงานจะถูกพิจารณา ลองอ่านความคิดเห็นทางออนไลน์หรือลองคุยกับลูกค้าเก่าๆ ของช่างภาพที่สนใจดู

3. เคยถ่ายภาพในสถานที่จัดงานของเราหรือไม่

มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่จะได้รับรู้ว่าช่างภาพที่สนใจเคยถ่ายภาพในสถานที่ที่จะจัดงานและรู้จักพนักงานคนไหนที่ทำงานอยู่ในสถานที่นั้นหรือเปล่า ถ้าช่างภาพที่สนใจไม่เคยถ่ายภาพที่สถานที่นั้นมาก่อน ลองถามว่าเขาต้องการไปดูสถานที่จริงพร้อมกันบ้างหรือไม่ ทุกๆสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานจะมีเอกลักษณ์และความท้าทายในตัวมันเองแตกต่างกัน และนั่นทำให้ภาพที่จะออกมาแตกต่างกันไปด้วย

4. สามารถมาถ่ายภาพในวันงานได้หรือไม่ มีแผนการสำรองถ้าไม่สามารถมาทำงานไว้บ้างหรือไม่ อย่างไร

สำหรับสตูดิโอใหญ่ๆ อาจรับการจองของลูกค้าด้วยตัวแทนฝ่ายขาย ถามถึงตารางเวลาที่ช่างภาพสามารถมาทำงานให้ได้ อย่าลืมถามถึงบุคลิกภาพและการวางตัวของช่างภาพที่จะมาทำงานให้ด้วยก่อนที่จะเซ็นต์สัญญา สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินสำหรับถ้าช่างภาพที่จองไว้ไม่สามารถมาได้คือจะมีช่างภาพมาแทนหรือไม่ เพื่อให้งานผ่านไปได้อย่างราบรื่นและเสร็จสมบูรณ์ ไม่ต้องขาดช่างภาพในวันสำคัญ

5. ขอดูภาพผลงานเก่าๆ ของทั้งงานแต่งงานที่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดแล้ว

ตัวอย่างของงานคือสิ่งที่ดี แต่การได้ดูภาพรวมทั้งหมดของงานตั้งแต่แรกเริ่มต้นถึงตอนจบคือสิ่งที่ดีกว่า ขณะที่มองผ่านอัลบั้ม ควรให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับรูปแบบของภาพและแน่ใจว่ามันเข้ากับรูปแบบงานแต่งงานที่ต้องการ ดังนั้นจงทำให้แน่ใจว่าจะเห็นภาพตัวอย่างงานเมื่อนัดเจอช่างภาพที่อยากร่วมงานด้วย

6. สามารถทำงานตามรายละเอียดที่เราจดได้หรือไม่

ถามสิ่งนี้เพื่อดูปฏิกิริยาและการเปิดใจของช่างภาพที่จะทำงานร่วมกัน ช่างภาพหลายๆ คนอาจต้องการให้ลูกค้าเชื่อใจและไม่ต้องการทำตามรายการที่ถูกกำหนดไว้ แต่ถ้าคู่บ่าวสาวต้องการช่างภาพที่จับรายละเอียดในงานและแขกที่มาร่วมงานที่มีความหมายสำหรับตัวเอง จงบอกรายละเอียดที่ต้องการแก่ช่างภาพเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการและค้นหาช่างภาพที่สามารถร่วมงานด้วยได้

7. อะไรที่ทำให้คุณแตกต่างจากช่างภาพคนอื่น อธิบายรูปแบบงานของคุณได้ไหม

“ลักษณะตัวอย่างงาน” “การให้บริการลูกค้า” “บุคลิกภาพที่น่าสนใจและมีเสน่ห์” หรือคำถามอื่นๆ ที่ต้องการถามช่างภาพ ถ้าช่างภาพไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ในรูปแบบที่ต้องการ อาจต้องถามตัวเองว่าทำไมถึงต้องจ้างพวกเขา

8. หลังจากงานแต่งงาน พวกเราจะได้เห็นรูปเมื่อไหร่

การไม่ความคาดหวังจนเกินพอดีคือสิ่งสำคัญของการร่วมงานกันในงานแต่งงาน ช่างภาพต้องการเวลาสำหรับตกแต่งรูปถ่าย ดังนั้นควรจัดการตารางเวลาสำหรับการได้รับรูปถ่ายเพื่อจะได้ไม่สงสัยว่ารูปถ่ายอยู่ที่ไหนแล้วตอนนี้ แล้วจะได้รับรูปเมื่อไหร่

9. ในแพคเกจถ่ายรูปรวมถึงอะไรบ้างและจะต้องมีรายจ่ายพิเศษอะไรหรือเปล่า

สอบถามเรื่องราคาและสิ่งที่จะได้ให้ชัดเจน อย่างราคาเท่านี้กับเวลากี่ชั่วโมงและจำนวนรูปถ่ายที่จะได้ ซึ่งช่างภาพแต่ละคนจะมีรายละเอียด ราคาและสิ่งที่รวมอยู่ในแพคเกจที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจจ้าง เพื่อจะได้ช่างภาพในงบประมาณที่กำหนดไว้และได้ในสิ่งที่ต้องการจะได้

10. ต้องจ่ายเงินมัดจำเท่าไหร่ แล้วสามารถจ่ายในรูปแบบใดได้บ้าง

การพูดถึงเรื่องเงิน คือสิ่งสุดท้ายสำหรับการสนทนา ถามถึงการจ่ายเงินมัดจำให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ต้องสูญเสียช่างภาพที่ต้องการให้กับคู่แต่งงานคู่อื่นเพราะไม่ได้จ่ายเงินมัดจำ ปกติจะประมาณ 12% ของงบประมาณแต่งงานสำหรับการจ้างช่างภาพถ่ายภาพงานแต่งงาน และที่สำคัญหลังจากตกลงอะไรกันทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ควรร่างสัญญาและเซ็นต์สัญญาให้เรียบร้อยก่อนเพื่อป้องกันการผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

Cr.: http://www.bridalguide.com